สบอ.11 (พิษณุโลก) ร่วมคณะองคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 มอบหมายให้ นายสุภัท จันทร์ลา ผอ.ส่วนประสานโครงการพระราชดำริฯ นายประสาน เอียดสังข์ ผอ.ส่วนจัดการต้นน้ำฯ นายพัฒธพงศ์ การดี หน.โครงการพัฒนาป่าไม้ฯ บ้านวังไทรทอง และ หน.หน่วยงานภาคสนามในสังกัด ลงพื้นที่ร่วมกับคณะองคมนตรี (นายพลากร สุวรรณรัฐ และ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ฯ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อฯ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผวจ.เพชรบูรณ์ นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรม อส. หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ และรายงานผลการดำเนินงาน

ในการลงพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ฯ นายพัฒธพงศ์ การดี เป็นผู้แทน ผอ.สบอ.11 นำเสนอข้อมูลพื้นที่ต้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ซึ่งอยู่ในเขต อช.ตาดหมอก ที่ผ่านมาได้มีการฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยการปลูกป่าไปแล้วกว่า 3,900 ไร่ ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาแปลงปลูกป่าสักเดิมที่มีสภาพพื้นล่างโล่ง กรม อส. ได้เร่งผลักดันโครงการปลูกป่าหวายและป่าพื้นบ้านอาหารชุมชน เพื่อเพิ่มความหลากชนิด และช่วยดักจับตะกอนไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรม "ครูป่าไม้" เพื่อสร้างเครือข่ายในการดูแลรักษาผืนป่าอย่างยั่งยืน
ต่อจากนั้น คณะองคมนตรีได้เดินทางไปติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้อฯ โดยผู้แทน ผอ.สบอ.11 ได้รายงานแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำของโครงการฯ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากมติ ครม. เมื่อปี 2546 ที่มอบหมายให้กรม อส. ปลูกป่าบริเวณด้านบนของพื้นที่ต้นน้ำฯ ไปแล้ว ประมาณ 18,000 ไร่ สำหรับปีงบประมาณ 2569 ในพื้นที่ต้นน้ำได้เกิดจุดความร้อน แนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2570 จึงมีแผนรับมือปัญหาจุดความร้อนด้วยการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าเพิ่มขึ้น 5 จุดบริเวณรอบถนนเพื่อการเข้าดับไฟได้ทันท่วงที พร้อมทั้งเดินหน้าปลูกป่าหวายและป่าพื้นบ้านอาหารชุมชนเติมความสมบูรณ์ให้ป่าสักเดิม เพื่อกักเก็บตะกอนก่อนไหลลงสู่ป่าสงวนด้านล่าง และมุ่งสานต่อโครงการครูป่าไม้เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต